อุปมาอุปไมย ก.พ. ภาค ก หาความสัมพันธ์ของคู่คำให้เจอ
สรุป 12 รูปแบบความสัมพันธ์โจทย์อุปมาอุปไมย ก.พ. ภาค ก พร้อมเทคนิคการแต่งประโยคเชื่อมคำ และวิธีไล่ความคิดทีละขั้น เพื่อหาคำตอบที่ถูกต้องที่สุดโดยไม่โดนหลอก
ใครที่เคยผ่านสนามสอบบรรจุ น่าจะรู้ดีว่าวิชาความสามารถในการคิดวิเคราะห์ที่มี 50 ข้อนั้น เป็นส่วนที่ต้องใช้สมาธิและเวลาอย่างมาก
จากจำนวนข้อสอบทั้งหมด 100 ข้อ วิชานี้คือตัวแปรสำคัญที่ชี้วัดผลสอบได้เลยทีเดียว
เพราะเกณฑ์การผ่านของระดับ ปวช. ปวท. ปวส. อนุปริญญา และปริญญาตรี ต้องทำคะแนนให้ได้ ≥ 60% ส่วนระดับปริญญาโทต้องได้คะแนน ≥ 65%
ในขณะที่วิชาภาษาอังกฤษ 25 ข้อ ใช้เกณฑ์ผ่านที่ ≥ 50% ทุกระดับวุฒิ และวิชาความรู้และลักษณะการเป็นข้าราชการที่ดี 25 ข้อ ใช้เกณฑ์ผ่าน ≥ 60% ทุกระดับวุฒิเช่นกัน
หนึ่งในหัวข้อย่อยที่คนมักจะเสียคะแนนไปอย่างน่าเสียดายคือ "อุปมาอุปไมย" ซึ่งดูเผินๆ เหมือนจะง่าย แต่กลับซ่อนจุดหลอกไว้มากมาย บทความนี้จะพามารื้อระบบความคิดให้มองโจทย์ขาดขึ้นครับ
12 รูปแบบความสัมพันธ์ที่ออกสอบบ่อย
โจทย์อุปมาอุปไมยไม่ได้หยิบคำสองคำมาจับคู่กันมั่วๆ แต่มีกรอบความสัมพันธ์ที่กำหนดไว้ชัดเจน
จากการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล เราพบว่ารูปแบบข้อสอบในหัวข้อนี้สามารถแบ่งได้เป็น 12 แนวทางหลักๆ ดังนี้
- คนกับสถานที่ทำงาน หรือ อาชีพกับเครื่องมือประจำตัว
- เหตุกับผล รวมถึง สิ่งที่ขาดกับโรค และ เครื่องมือวัดกับสิ่งที่วัด
- ระดับความเข้ม จากอ่อนไปแรง หรืออาจเป็นไวพจน์ต่างระดับ
- หน้าที่และการใช้งาน ระหว่างสิ่งของกับสิ่งที่มันทำ
- ความสัมพันธ์แบบเครือญาติ
- วัตถุดิบกับผลผลิต หรือของดิบกับของแปรรูป
- คู่ตรงข้าม ทั้งที่เป็นรูปธรรมและนามธรรม
- ส่วนกับทั้งหมด ตลอดจนหน่วยย่อยกับหน่วยใหญ่ และลักษณนาม
- ลักษณะคล้ายกัน เช่น เรื่องของรูปทรง
- รูปแบบตัวเลือกเดี่ยว ที่ให้เราเติมคำที่สี่ลงในช่องว่าง
- คำไวพจน์ หรือกลุ่มคำที่มีความหมายเหมือนกัน
- สิ่งที่ต้องใช้ร่วมกัน
การทำความคุ้นเคยกับทั้ง 12 รูปแบบนี้ จะช่วยให้เราตั้งสมมติฐานในห้องสอบได้เร็วขึ้นโดยไม่ต้องคลำทางใหม่ตั้งแต่ต้น
เทคนิคการมองโจทย์: แต่งประโยคเชื่อมคำ
ปัญหาหลักที่ทำให้เลือกคำตอบผิด คือการมองแค่ความหมายของคำโดยไม่สนใจ "ทิศทาง"
เทคนิคที่ได้ผลที่สุดคือการนำคู่คำที่โจทย์ให้มา "แต่งเป็นประโยคสั้นๆ" เพื่อบังคับทิศทางจากซ้ายไปขวา
เช่น ถ้าโจทย์ให้คำว่า "มีด : หั่น" เราสามารถแต่งประโยคได้ว่า "มีด มีหน้าที่เอาไว้ หั่น" ซึ่งตรงกับรูปแบบหน้าที่และการใช้งาน
เมื่อเราได้ประโยคนี้มาแล้ว ให้นำตัวเลือกทุกข้อมาสวมลงในโครงสร้างประโยคเดียวกัน หากข้อไหนอ่านแล้วสมเหตุสมผลและทิศทางไม่กลับประโยค ข้อนั้นคือคำตอบที่ถูกต้อง
หากใครอยากเห็นรูปแบบโจทย์ที่หลากหลาย ลองเข้าไปศึกษา แนวข้อสอบอุปมาอุปไมยพร้อมเฉลย ที่เราคัดแยกหมวดหมู่ไว้แล้วได้เลยครับ
เจาะลึกตัวอย่างโจทย์และการไล่ความคิด
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น เรามาลองไล่สเต็ปความคิดกับตัวอย่างโจทย์แนวนี้กันครับ สมมติว่าในห้องสอบคุณเจอคำถามนี้
โจทย์: เทอร์โมมิเตอร์ : อุณหภูมิ :: ? : ?
ก. นาฬิกา : เวลา
ข. กิโลกรัม : น้ำหนัก
ค. ไม้บรรทัด : ยาว
ง. ความดัน : บารอมิเตอร์
ขั้นที่ 1 วิเคราะห์คู่คำในโจทย์ "เทอร์โมมิเตอร์" และ "อุณหภูมิ" จะพบว่าเข้าข่ายรูปแบบเครื่องมือวัดกับสิ่งที่วัด
ขั้นที่ 2 สังเกตทิศทางและแต่งประโยคเชื่อมคำ คำซ้ายคือชื่อเครื่องมือ ส่วนคำขวาคือสิ่งที่เครื่องมือนั้นใช้วัดค่า เราจะได้ประโยคว่า "เทอร์โมมิเตอร์ เป็นเครื่องมือที่ใช้วัด อุณหภูมิ"
ขั้นที่ 3 นำตัวเลือกมาทดสอบกับโครงสร้างประโยค เริ่มจากข้อ ก. "นาฬิกา เป็นเครื่องมือที่ใช้วัด เวลา" จะเห็นว่าความหมายสอดคล้องและทิศทางถูกต้องเป๊ะ
ขั้นที่ 4 เช็กตัวเลือกอื่นเพื่อป้องกันข้อผิดพลาด ข้อ ข. กิโลกรัมคือหน่วยวัด ไม่ใช่เครื่องมือ ส่วนข้อ ค. ยาวคือคำคุณศัพท์ ไม่ใช่สิ่งที่ถูกวัด
ขั้นที่ 5 สำหรับข้อ ง. บารอมิเตอร์คือเครื่องมือใช้วัดความดันก็จริง แต่ทิศทางสลับกัน (ขวาไปซ้าย) จึงผิดกติกา ดังนั้นคำตอบที่ถูกต้องที่สุดจึงเป็นข้อ ก. อย่างไร้ข้อกังขา
จุดระวัง: คู่ตรงข้ามและระดับความเข้ม
อีกหนึ่งรูปแบบที่คนมักจะพลาดคือ คู่ตรงข้าม และ ระดับความเข้ม
โจทย์มักจะเอาคำที่มีความหมายใกล้เคียงกันมาหลอก เช่น "ขุ่นเคือง : เดือดดาล" ซึ่งเป็นไวพจน์ต่างระดับ โดย "เดือดดาล" มีระดับความเข้มทางอารมณ์ที่รุนแรงกว่า "ขุ่นเคือง"
หากตัวเลือกมีทั้งคำที่ความหมายเหมือนกันเฉยๆ กับคำที่มีการยกระดับความรุนแรง (เช่น ยิ้ม : หัวเราะ) เราต้องเลือกข้อที่มีการยกระดับให้ตรงกับโจทย์เป๊ะๆ
การฝึกแยกแยะมิติของคำเหล่านี้บ่อยๆ จะทำให้สายตาเราเฉียบคมขึ้น
สรุป
การทำโจทย์อุปมาอุปไมยให้ได้คะแนนเต็ม ไม่ได้อาศัยแค่การรู้ความหมายของคำศัพท์กว้างๆ เท่านั้น
แต่ต้องอาศัยการจำแนกรูปแบบความสัมพันธ์ให้ออกว่าอยู่ในแนวไหนจากทั้ง 12 แบบ และต้องมีวินัยในการเช็กทิศทางซ้ายขวาอย่างเคร่งครัด
ยิ่งคุณแต่งประโยคเชื่อมคำได้รัดกุมเท่าไหร่ โอกาสที่จะโดนตัวเลือกหลอกก็จะยิ่งน้อยลงเท่านั้น
เริ่มต้นฝึกฝนและจับเวลาการทำข้อสอบได้แล้ววันนี้ ลองเข้าไป ลองทำข้อสอบ ในระบบของเรา เพื่อประเมินความพร้อมก่อนลงสนามจริงครับ