ระยะทาง ความเร็ว เวลา ก.พ. ภาค ก ไล่ทัน สวนกัน รถไฟลอดอุโมงค์
หมดปัญหาจำสูตรแต่ทำข้อสอบไม่ได้ เจาะลึก 7 แนวโจทย์ระยะทาง ความเร็ว เวลา ก.พ. ภาค ก พร้อมวิธีวาดไทม์ไลน์และจับจุดโจทย์ให้แม่นยำ ไม่โดนหลอก
การสอบ ก.พ. ภาค ก ด่านหินที่หลายคนต้องเจอคือวิชาความสามารถในการคิดวิเคราะห์ ซึ่งมีจำนวนถึง 50 ข้อ จากข้อสอบทั้งหมด 100 ข้อ
วิชานี้มีความสำคัญมาก เพราะเกณฑ์ผ่านสำหรับวุฒิ ปวช. ปวท. ปวส. อนุปริญญา และปริญญาตรี ต้องทำคะแนนให้ได้ ≥ 60% ส่วนระดับปริญญาโทต้องได้ ≥ 65%
เมื่อเทียบกับวิชาภาษาอังกฤษ 25 ข้อ (เกณฑ์ผ่าน ≥ 50%) และวิชาความรู้และลักษณะการเป็นข้าราชการที่ดี 25 ข้อ (เกณฑ์ผ่าน ≥ 60%) จะเห็นว่าวิชาคิดวิเคราะห์คือตัวแปรตัดสินเลยทีเดียว
และหนึ่งในหัวข้อที่มักทำเอาหลายคนเสียเวลาในห้องสอบมากที่สุด คือเรื่อง "ระยะทาง ความเร็ว เวลา" ที่บางครั้งจำสูตรไปก็ทำไม่ได้ถ้ามองสถานการณ์ไม่ออก
ชำแหละ 7 แนวโจทย์ระยะทางและความเร็วที่ควรรู้
จากข้อมูลที่เราจัดระบบไว้ โจทย์เรื่องนี้ไม่ได้มีแค่การแทนค่าในสูตรตรงๆ แต่สามารถแบ่งออกได้เป็น 7 แนวทางหลัก
การจำแนกรูปแบบเหล่านี้ให้ออกตั้งแต่ตอนอ่านโจทย์ จะช่วยให้คุณรู้ทันทีว่าต้องเริ่มตั้งสมการหรือทดเลขจากจุดไหน
- การย้ายข้างสูตรครั้งเดียว พร้อมแปลงเวลาแบบชั่วโมงผสมนาที
- การเดินทางหลายช่วงคนละความเร็ว มีหยุดพัก รวมเวลา หาเวลาถึง หรือความเร็วเฉลี่ย
- การตามทันหลังออกก่อน โดยใช้ช่องว่างหารด้วยผลต่างความเร็ว
- การจัดไทม์ไลน์สองคันที่มีช่วงช้าก่อน แล้วค่อยไล่ด้วยความเร็วสัมพัทธ์
- การวิ่งแข่งชนะกันกี่เมตร ซึ่งใช้เวลาเท่ากันจึงเทียบระยะทางแทนความเร็ว
- ระยะทางเดียวกันแต่คนละความเร็ว ต้องหาผลต่างเวลาแล้วอ่านบนนาฬิกา
- รถไฟผ่านเสาหรือชานชาลา ความยาวขบวนคือระยะทางที่ซ่อนอยู่ พร้อมแปลงหน่วย ม./วินาที เป็น กม./ชม.
ใครที่อยากเห็นภาพรวมและลองฝึกทำโจทย์แต่ละประเภท สามารถเข้าไปดูที่ หน้าแนวข้อสอบระยะทางและความเร็ว ที่เรารวบรวมไว้ให้ศึกษาได้เลยครับ
วิธีมองโจทย์ให้ทะลุปรุโปร่ง ไม่หลงทาง
ปัญหาหลักของคนที่ทำโจทย์แนวนี้พลาด ไม่ใช่เพราะจำสูตร (ระยะทาง = ความเร็ว × เวลา) ไม่ได้
แต่เป็นเพราะไม่สามารถแปลง "ข้อความยาวๆ" ให้กลายเป็น "ภาพ" หรือสถานการณ์จริงได้
สิ่งแรกที่คุณต้องทำเมื่อเจอโจทย์ คือการขีดเส้นไทม์ไลน์การเดินทางออกมาให้ชัดเจนว่า ใครเริ่มตรงไหน และเวลาใด
จากนั้นให้มองหาจุดสำคัญคือ "ความเร็วสัมพัทธ์" ถ้าวัตถุวิ่งตามกันให้นำความเร็วมาลบกัน ถ้าวิ่งสวนกันให้นำความเร็วมาบวกกัน
และที่สำคัญที่สุดคือการสังเกต "หน่วย" ที่โจทย์ให้มา หากความเร็วเป็นกิโลเมตร/ชั่วโมง แต่เวลาเป็นนาที คุณต้องแปลงหน่วยให้ตรงกันก่อนเสมอ
ส่วนโจทย์เรื่องรถไฟลอดอุโมงค์หรือผ่านชานชาลา อย่าลืมว่าระยะทางรวมทั้งหมด ต้องนำความยาวของรถไฟบวกเข้ากับความยาวอุโมงค์ด้วย
ตัวอย่างโจทย์: ตามทันหลังออกก่อน
เรามาลองดูวิธีคิดแบบเป็นขั้นเป็นตอนกับโจทย์แนววิ่งไล่ตามกัน ซึ่งเป็นหนึ่งในแนวที่ออกบ่อยและทำให้หลายคนสับสนได้ง่าย
รถคันแรกออกจากจุด A เวลา 08:00 น. ด้วยความเร็ว 60 กิโลเมตร/ชั่วโมง ต่อมารถคันที่สองออกจากจุด A เส้นทางเดียวกัน เวลา 08:30 น. ด้วยความเร็ว 90 กิโลเมตร/ชั่วโมง ถามว่ารถคันที่สองจะตามทันรถคันแรกในเวลาใด?
ขั้นที่ 1 หาช่องว่างหรือระยะห่างที่รถคันแรกทำได้ก่อน
รถคันแรกออกเดินทางก่อนครึ่งชั่วโมง (30 นาที แปลงเป็น 0.5 ชั่วโมง) ด้วยความเร็ว 60 กม./ชม.
ระยะห่าง = ความเร็ว × เวลา (60 × 0.5) จะได้ระยะห่างที่ 30 กิโลเมตร
ขั้นที่ 2 หาความเร็วสัมพัทธ์ (ผลต่างความเร็ว)
รถคันที่สองวิ่งตามหลังเส้นทางเดียวกันด้วยความเร็วที่มากกว่า ความเร็วสัมพัทธ์คือ 90 - 60 = 30 กิโลเมตร/ชั่วโมง
ความหมายคือ ในทุกๆ 1 ชั่วโมงที่ผ่านไป รถคันที่สองจะร่นระยะห่างเข้ามาได้ 30 กิโลเมตร
ขั้นที่ 3 คำนวณเวลาที่ใช้ในการตามทัน
นำระยะห่างตั้งต้น หารด้วยผลต่างความเร็ว จะได้ 30 ÷ 30 = 1 ชั่วโมง
แสดงว่าหลังจากที่รถคันที่สองเริ่มออกตัว จะต้องใช้เวลา 1 ชั่วโมงเต็มในการไล่ตามรถคันแรกจนทัน
ขั้นที่ 4 หาเวลาบนหน้าปัดนาฬิกา
รถคันที่สองเริ่มออกตัวตอน 08:30 น. ใช้เวลาวิ่ง 1 ชั่วโมง ดังนั้นจะตามทันในเวลา 09:30 น. พอดี
สรุป
โจทย์เรื่องระยะทาง ความเร็ว และเวลา ไม่ใช่เรื่องของการท่องสูตรคณิตศาสตร์ที่ซับซ้อน แต่คือการจัดระเบียบข้อมูลและสถานการณ์
แค่คุณวาดไทม์ไลน์การเดินทางออกมาให้เห็นภาพ ระวังเรื่องการแปลงหน่วย และจับจุดให้ได้ว่าโจทย์เข้าข่าย 1 ใน 7 แนวที่เราสรุปไว้ข้างต้นหรือไม่
เมื่อฝึกวิเคราะห์โจทย์บ่อยๆ คุณจะเริ่มเห็นความสัมพันธ์ของตัวเลขได้เร็วขึ้น และไม่เสียเวลาทดเลขผิดทางในห้องสอบ
สำหรับใครที่พร้อมจะทดสอบตัวเองแล้ว สามารถเข้าไป ลองทำข้อสอบ ในระบบของเรา เพื่อประเมินความเร็วและจับเวลาเสมือนจริงได้เลยครับ