สนามหมู ฝึกข้อสอบราชการ · เตรียมทหาร
สมัคร

พันธะเคมี (สภาพขั้ว · รูปร่างโมเลกุล · ไอออนิก) — แนวข้อสอบเตรียมทหาร พร้อมเฉลย

โจทย์ตัวอย่าง 3 ข้อ แนวละ 1 ข้อ เรียงจากง่ายไปยาก · ในคลังของเรามีหัวข้อนี้ 16 ข้อ จาก 5 แนว · ลองคิดคำตอบในใจก่อน แล้วค่อยกดดูเฉลย

ข้อ 1

อะตอม Cl สถานะแก๊สสร้าง Cl2(g) จำนวน 1 mol เกิดพันธะ Cl–Cl และคายพลังงานโดยประมาณ 242 kJ
ข้อใดอธิบายพลังงานและเสถียรภาพได้ถูกต้อง

การสร้างพันธะต้องดูดพลังงาน 242 kJ ต่อโมเลกุลที่เกิดขึ้น 1 mol
โมเลกุลที่ระยะสมดุลมีพลังงานสูงกว่าอะตอมแก๊สที่แยกจากกัน จึงสลายพันธะได้เองโดยไม่รับพลังงาน
เมื่อเลื่อนอะตอมให้ชิดกันกว่าระยะสมดุลมาก โมเลกุลจะยิ่งเสถียรขึ้นอย่างต่อเนื่อง
อะตอมสร้างพันธะแล้วคายพลังงาน และโมเลกุลมีพลังงานต่ำสุดที่ระยะพันธะสมดุล
สถานะพันธะที่มีพลังงานต่ำมีเสถียรภาพน้อยกว่าอะตอมที่แยกจากกัน
ดูเฉลยและวิธีคิด

ตอบ ง อะตอมสร้างพันธะแล้วคายพลังงาน และโมเลกุลมีพลังงานต่ำสุดที่ระยะพันธะสมดุล

พิจารณาข้อมูล

การสร้างพันธะ Cl–Cl คายพลังงาน 242 kJ ต่อพันธะ 1 mol

คำนวณหรือตรวจเงื่อนไข

พลังงานของโมเลกุลจึงต่ำกว่าพลังงานของอะตอมที่แยกจากกัน
ที่ระยะพันธะสมดุลระบบมีพลังงานต่ำสุดและมีเสถียรภาพ

สรุปคำตอบ

ถ้าอะตอมเข้าใกล้กันกว่านั้นมากจะเกิดแรงผลัก พลังงานจึงสูงขึ้น

ถ้าตอบข้ออื่น คุณพลาดตรงไหน

ก · คิดว่าการสร้างพันธะต้องดูดพลังงาน

เข้าใจว่าการทำให้อะตอมยึดกันต้องใส่พลังงานเข้าไป จึงเลือกข้อความว่าการเกิดโมเลกุลจากอะตอมเป็นการดูดพลังงาน จึงเลือก การสร้างพันธะต้องดูดพลังงาน 242 kJ ต่อโมเลกุลที่เกิดขึ้น 1 mol ซึ่งไม่ตรงเงื่อนไข

ข · คิดว่าโมเลกุลมีพลังงานสูงกว่าอะตอมที่แยกกัน

เข้าใจว่าเมื่ออะตอมรวมกันพลังงานต้องเพิ่ม จึงเลือกข้อความว่าโมเลกุลอยู่ระดับพลังงานสูงกว่าอะตอมอิสระ จึงเลือก โมเลกุลที่ระยะสมดุลมีพลังงานสูงกว่าอะตอมแก๊สที่แยกจากกัน จึงสลายพันธะได้เองโดยไม่รับพลังงาน ซึ่งไม่ตรงเงื่อนไข

ค · คิดว่าอะตอมยิ่งอยู่ชิดกันยิ่งเสถียร

เข้าใจว่าโมเลกุลเกิดเมื่ออะตอมเข้าใกล้กันมากที่สุด ลืมว่าถ้าใกล้เกินระยะพันธะ นิวเคลียสจะผลักกันและพลังงานเพิ่ม จึงเลือก เมื่อเลื่อนอะตอมให้ชิดกันกว่าระยะสมดุลมาก โมเลกุลจะยิ่งเสถียรขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งไม่ตรงเงื่อนไข

จ · กลับความสัมพันธ์ระหว่างพลังงานกับความเสถียร

เข้าใจว่าสารที่มีพลังงานสูงกว่าเสถียรกว่า จึงสรุปว่าอะตอมอิสระเสถียรกว่าโมเลกุล จึงเลือก สถานะพันธะที่มีพลังงานต่ำมีเสถียรภาพน้อยกว่าอะตอมที่แยกจากกัน ซึ่งไม่ตรงเงื่อนไข

ข้อ 2

คู่สารใดมีแต่พันธะเดี่ยวภายในโมเลกุลทั้งสองสาร โดยพิจารณาโมเลกุลอิสระ

CO2 และ SCl2
CH4 และ SCl2
C2H4 และ CH4
N2 และ SCl2
CH2O และ SCl2
ดูเฉลยและวิธีคิด

ตอบ ข CH4 และ SCl2

พิจารณาข้อมูล

พิจารณาชนิดพันธะของสารแต่ละชนิดแยกกัน

คำนวณหรือตรวจเงื่อนไข

CH4 และ SCl2 มีแต่พันธะเดี่ยวทั้งคู่
CH2O และ CO2 มีพันธะคู่ ส่วน HCN มีพันธะสาม และ C2H4 มีพันธะคู่

สรุปคำตอบ

N2 มีพันธะสามและ O2 มีพันธะคู่ จึงใช้จำนวนอะตอมตัดสินชนิดพันธะไม่ได้

= CH4 และ SCl2

ถ้าตอบข้ออื่น คุณพลาดตรงไหน

ก · นับพันธะคู่หรือพันธะสามเป็นหลายโดเมน

นับคู่อิเล็กตรอนร่วมพันธะทุกคู่เป็นโดเมนแยกกัน พันธะคู่จึงกลายเป็นสองโดเมน ทำให้จำนวนโดเมนและรูปร่างผิด จึงเลือก CO2 และ SCl2 ซึ่งไม่ตรงเงื่อนไข

ค · เห็นไฮโดรเจนแล้วเหมาว่าทุกพันธะเป็นพันธะเดี่ยว

รู้ว่าไฮโดรเจนสร้างพันธะเดี่ยวได้เพียงพันธะเดียว แล้วขยายไปว่าโมเลกุลที่มีไฮโดรเจนต้องมีแต่พันธะเดี่ยว จึงเลือก C2H4 และ CH4 ซึ่งไม่ตรงเงื่อนไข

ง · คิดว่าโมเลกุลสองอะตอมมีพันธะเดี่ยวเสมอ

เห็น N2 หรือ O2 มีอะตอมแค่สองตัว จึงเหมาว่าเชื่อมกันด้วยพันธะเดี่ยว จึงเลือก N2 และ SCl2 ซึ่งไม่ตรงเงื่อนไข

จ · มองข้ามพันธะคู่ที่ซ่อนอยู่ในสูตรโมเลกุล

ดูสูตรอย่าง CH2O แล้วคิดว่าทุกอะตอมต่อกันด้วยพันธะเดี่ยว เพราะไม่ได้เขียนโครงสร้างลิวอิสจึงไม่เห็นพันธะคู่ระหว่าง C กับ O จึงเลือก CH2O และ SCl2 ซึ่งไม่ตรงเงื่อนไข

ข้อ 3

พิจารณาโมเลกุลอิสระ โดยถือว่าพันธะต่างธาตุที่พิจารณามีขั้วตามแบบจำลอง
คู่ใดเป็นโมเลกุลมีขั้วทั้งสองสารและมีเหตุผลถูกต้อง

N2 และ OF2 เพราะพันธะโควาเลนต์ทุกพันธะมีขั้วแม้เป็นธาตุเดียวกัน
CH2Cl2 และ OF2 เพราะทิศไดโพลของพันธะรวมกันแล้วไม่หักล้าง
OF2 และ XeF4 เพราะอะตอมกลางมีคู่โดดเดี่ยวจึงมีขั้วเสมอ
CF4 และ OF2 เพราะพันธะมีขั้วทำให้ทั้งโมเลกุลมีขั้วเสมอ
CH2Cl2 และ CO2 เพราะ CO2 มีรูปร่างมุมงอจึงมีขั้ว
ดูเฉลยและวิธีคิด

ตอบ ข CH2Cl2 และ OF2 เพราะทิศไดโพลของพันธะรวมกันแล้วไม่หักล้าง

พิจารณาข้อมูล

พิจารณาขั้วพันธะร่วมกับรูปร่างและชนิดอะตอมรอบอะตอมกลาง

คำนวณหรือตรวจเงื่อนไข

CH2Cl2 มีรูปร่างทรงสี่หน้า · OF2 มีรูปร่างมุมงอ
CH2Cl2 และ OF2 มีไดโพลรวมไม่เป็นศูนย์จึงมีขั้วทั้งคู่

สรุปคำตอบ

XeF4 มีคู่โดดเดี่ยวแต่ไดโพลหักล้าง ส่วน CO2 เป็นเส้นตรงและโมเลกุลสองอะตอมชนิดเดียวกันไม่มีขั้ว

ถ้าตอบข้ออื่น คุณพลาดตรงไหน

ก · คิดว่าพันธะโควาเลนต์ทุกพันธะมีขั้ว

พันธะโควาเลนต์ทุกพันธะมีขั้วแม้เป็นธาตุเดียวกัน จึงจัด N2 และ OF2 ไว้ด้วยกันผิด จึงเลือก N2 และ OF2 เพราะพันธะโควาเลนต์ทุกพันธะมีขั้วแม้เป็นธาตุเดียวกัน ซึ่งไม่ตรงเงื่อนไข

ค · เหมาว่ามีคู่โดดเดี่ยวแล้วโมเลกุลต้องมีขั้ว

อะตอมกลางมีคู่โดดเดี่ยวจึงมีขั้วเสมอ จึงจัด OF2 และ XeF4 ไว้ด้วยกันผิด จึงเลือก OF2 และ XeF4 เพราะอะตอมกลางมีคู่โดดเดี่ยวจึงมีขั้วเสมอ ซึ่งไม่ตรงเงื่อนไข

ง · ถือว่าพันธะมีขั้วแล้วโมเลกุลต้องมีขั้ว

พันธะมีขั้วทำให้ทั้งโมเลกุลมีขั้วเสมอ จึงจัด CF4 และ OF2 ไว้ด้วยกันผิด จึงเลือก CF4 และ OF2 เพราะพันธะมีขั้วทำให้ทั้งโมเลกุลมีขั้วเสมอ ซึ่งไม่ตรงเงื่อนไข

จ · เข้าใจว่า CO2 เป็นมุมงอเหมือนน้ำ

CO2 มีรูปร่างมุมงอจึงมีขั้ว จึงจัด CH2Cl2 และ CO2 ไว้ด้วยกันผิด จึงเลือก CH2Cl2 และ CO2 เพราะ CO2 มีรูปร่างมุมงอจึงมีขั้ว ซึ่งไม่ตรงเงื่อนไข

หลุมที่คนพลาดบ่อยในเรื่องพันธะเคมี (สภาพขั้ว · รูปร่างโมเลกุล · ไอออนิก)

คิดว่าของแข็งที่ไม่นำไฟฟ้าต้องเป็นสารโมเลกุล

ผลึกไอออนิกและโครงข่ายโควาเลนต์ก็ไม่นำไฟฟ้าในสถานะของแข็ง ต้องดูการนำไฟฟ้าเมื่อหลอมเหลวและจุดหลอมเหลวประกอบ

นับพันธะคู่หรือพันธะสามเป็นหลายโดเมน

พันธะระหว่างอะตอมคู่หนึ่งนับเป็นหนึ่งโดเมนเสมอ ไม่ว่าจะเป็นพันธะเดี่ยว พันธะคู่ หรือพันธะสาม

ตอบรูปร่างการจัดกลุ่มอิเล็กตรอนแทนรูปร่างโมเลกุล

รูปร่างโมเลกุลดูเฉพาะตำแหน่งของอะตอม คู่โดดเดี่ยวมีผลต่อการจัดตัวแต่ไม่นับเป็นมุมของรูปทรง

ลืมพลังงานสลายพันธะของสารตั้งต้นบางชนิด

ไล่ทุกสารทางซ้ายของสมการ รวมทั้งโมเลกุลธาตุ แล้วนับพันธะของแต่ละสารให้ครบ

บวกพลังงานที่ใช้กับพลังงานที่คาย

พลังงานสลายพันธะเป็นพลังงานที่ใช้ พลังงานสร้างพันธะเป็นพลังงานที่คาย ผลสุทธิจึงเป็นผลต่างของสองก้อนนี้

คิดเฉพาะพลังงานที่คายจากการสร้างพันธะ

ปฏิกิริยาเคมีต้องสลายพันธะเดิมและสร้างพันธะใหม่ ต้องคิดทั้งสองส่วนแล้วหาผลต่าง

ฝึกเรื่องพันธะเคมี (สภาพขั้ว · รูปร่างโมเลกุล · ไอออนิก)ต่อ — ตอบผิดเมื่อไหร่ ระบบบอกว่าคุณคิดพลาดตรงไหน แล้วให้ข้อฝาแฝดลองซ้ำทันที

สมัครฟรี แล้วฝึกหัวข้อนี้

มีบัญชีแล้ว? เข้าสู่ระบบ

เจอข้อไหนเฉลยผิดหรือโจทย์กำกวม บอกเราได้ที่นี่

แนวข้อสอบหัวข้ออื่น

คณิตศาสตร์

สมการและอสมการเชิงเส้น · จำนวนและเลขยกกำลัง · กราฟของฟังก์ชันกำลังสอง · เรขาคณิต (พีทาโกรัส · ความคล้าย · วงกลม · มุม) · พหุนามและการแยกตัวประกอบ · สมการกำลังสอง · อัตราส่วน ร้อยละ และโจทย์ปัญหา · สถิติ · พื้นที่ผิวและปริมาตร · ระบบสมการเชิงเส้น · อัตราส่วนตรีโกณมิติ · เรขาคณิตวิเคราะห์ · หลักการนับเบื้องต้น · ฟังก์ชันเอกซ์โพเนนเชียลและลอการิทึม · ตรรกศาสตร์ · ความน่าจะเป็น · จำนวนจริง (อสมการ · ค่าสัมบูรณ์ · กรณฑ์) · ความสัมพันธ์และฟังก์ชัน · เซต · ลำดับและแบบรูป

วิทยาศาสตร์

แรงและกฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน (รวมความโน้มถ่วงสากล)